วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561

วังเจ้าบุญอุ้ม

วังเจ้าบุญอุ้ม
  ใครยังมองหาโรงแรมของประเทศลาวต้องมาที่ โรงแรมจำปาสัก พาเลซ ไม่ได้เป็นเพียงโรงแรมหรูหราในเมืองปากเซเท่านั้น แต่ที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกด้วย ลักษณ์ของโรงแรมแห่งนี้คือการที่มีประตู-หน้าต่างรวมมากกว่า 1,900 บาน มีทั้งหมด 7 ชั้น ชาวบ้านจึงเรียกที่นี่ว่าศาลาพันห้อง โดยมีสถาปัตยกรรมแบบลาวดั้งเดิม ภายในตกแต่ง
อย่างสวยงาม บนชั้นบนของโรงแรมสามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำโขง ภูเขา สะพานลาว-ญี่ปุ่น ได้อย่างชัดเจนค่ะ




เจ้าบุญอุ้ม เป็นเจ้าผู้ครองแขวงจำปาสักองค์สุดท้ายหรือเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของประเทศลาว ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ค.ศ.1975 (พ.ศ. 2518) ทำให้วังของเจ้าบุญอุ้มอยู่ในความดูแลของรัฐบาล ส่วนเจ้าบุญอุ้มลี้ภัยไปประทับอยู่ที่ฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1978 (พ.ศ. 2521) โดยที่ ตัวเจ้าบุญอุ้ม ซึ่งเป็นเจ้าของวังนั้น ไม่เคยอยู่ในวังของตัวเองเลย เพราะอพยพไปอยู่ฝรั่งเศสตั้งแต่ก่อนวังจะสร้างเสร็จ
          เจ้าบุญอุ้ม เป็นบุตรคนโตของเจ้าราชนัดดาหยุย เจ้าครองนครจำปาสัก เรียนจบมาจากสำนักการศึกษาในอินโดจีนของฝรั่งเศส ณ เมืองฮานอย ครั้งสงครามอินโดจีนเมื่อไทยกับฝรั่งเศสรบกันเมื่อปี พ.ศ.2484 เจ้าบุญอุ้มยังเป็นข้าราชการในรัฐบาลฝรั่งเศส ครั้งนั้น ไทยตีเข้ามายึดดินแดนที่เสียให้แก่ฝรั่งเศส ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งรวมถึงเขตเมืองนครจำปาสัก ญี่ปุ่นซึ่งเริ่มแผ่อิทธิพลในอินโดจีนได้เข้ามาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยสงบศึก ฝ่ายไทยได้ดินแดนฝั่งตะวันตก (ฝั่งขวา) ของแม่น้ำโขงกลับคืนมา และญี่ปุ่นเข้ามาครอบครองลาวส่วนที่เหลือทั้งหมด
          เจ้าบุญอุ้ม หนีออกจากเมืองตั้งแต่กองทัพไทยบุกเข้าเมือง ไปอยู่กับฝรั่งเศส และได้เป็นหัวหน้ารวบรวมประชาชนแถบลาวใต้ ขึ้นเป็นกองโจรต่อต้านญี่ปุ่น เมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง ไทยต้องคืนดินแดนที่ได้มาเมื่อปี พ.ศ.2484 ให้กับฝรั่งเศส แต่ลาวต้องกลับไปเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสตามเดิม เจ้าบุญอุ้มได้รับการสมนาคุณจากฝรั่งเศสถึงขนาดให้เป็น ผู้ตรวจการใหญ่ มีอำนาจรองจากเจ้ามหาชีวิต ตั้งแต่นั้นมา
          เจ้าบุญอุ้ม เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ประเทศลาว ในฐานะผู้ทรงอิทธิพลฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัด จากภาคใต้ที่อุดมสมบูรณ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีลาวถึง 2 สมัย คือ พ.ศ. 2491-2493 และ พ.ศ. 2503-2505 ถึงช่วงปี พ.ศ.2513 การเมืองลาวแตกเป็นหลายก๊กหลายเหล่า เจ้าบุญอุ้มซึ่งขณะนั้นมีฐานที่มั่นอยู่ทางใต้ที่เมืองปากเซ พอลาวเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี พ.ศ. 2518 ก็หนีไปอยู่ฝรั่งเศสและไม่กลับมาอีก ทิ้งวังที่กำลังก่อสร้างค้างไว้ ต่อมารัฐบาลลาว ให้บริษัทคนไทยจัดการต่อเติมจนเสร็จ และเปิดเป็นโรงแรมในภายหลัง



          วังแห่งนี้ สร้างขึ้นเป็นตึกก่ออิฐถือปูน และฉาบปูนขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางแม่น้ำโขงด้านหลังติดกับแม่น้ำเซโตนที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขงที่ปากน้ำเซ และใกล้กับวัดพระบาทและธนาคารล้านซ้าง (ช้าง) อันเป็นชื่อของเมืองปากเซ จากอาคารชั้นที่ 6 จะมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองปากเซจากมุมสูง โดยเฉพาะเวลาตอนเช้าและเวลาตอนเย็น จะสวยมากจุดเด่นอีกอย่างคือ แต่ละชั้นจะมีหน้าต่างมากมาย จนได้รับชื่อว่า "ศาลาพันห้อง"





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พระธาตุหลวง (Pha That Luang)

พระธาตุหลวง (Pha That Luang) “สบายดี”  ขอกล่าวทักทายกันแบบลาวๆ ค่ะ สำหรับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “ ลาว ”  นั้น  เลื่องชื่อลือนามเป็นที่กล...