พระธาตุอิงฮัง
สวัสดีค่ะ ใครเคยได้ยินพระธาตุอิงฮังบ้างเป็นพระธาตุที่อยู่ของประเทศลาว วันนี้จะมาแนะนำพระธาตุอิงฮัน ลาวเป็นประเทศที่เติมไปด้วยวัฒนธรรมทางศาสนาจริงๆครับ รวมถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาก็มีแยะเช่นเดียวกัน ก็ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาถึงบ้านเรา ก็ทำให้นักแสวงบุญที่เดินทางไปนมัสการก็เยอะมากขึ้นทุกปีเหมือนกันค่ะ
ลาว เป็นประเทศที่เติมไปด้วยวัฒนธรรมทางศาสนาจริงๆครับ รวมถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาก็มีแยะเช่นเดียวกัน ก็ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาถึงบ้านเรา ก็ทำให้นักแสวงบุญที่เดินทางไปนมัสการก็เยอะมากขึ้นทุกปีเหมือนกันครับ
ก็แน่นอนครับ ถ้าพูดถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนเดินทางมาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อมานมัสการ ขอพร และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวลาวยอดฮิตของนักแสวงบุญชาวไทย เที่ยวลาววันนี้เราจึงขอแนะนำอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นักเที่ยวไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาดครับ
ที่มา:
เที่ยวลาววันนี้เราขอแนะนำ “พระธาตุอิงฮัง” ครับ ถ้าพูดถึงพระธาตุแห่งนี้ หลายคนน่าจะรู้จักกันดีและไม่แน่ว่าอาจจะเดินทางไปเยือนกันมาแล้วก็ได้ วันนี้เราจะนำเสนอความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ ที่เป็นที่กล่าวขานกันจนนักแสวงบุญคนไทยต้องเดินทางมาครับ
ด้วยระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เดินทางจากตัวเมืองสะหวันนะเขตไปทางทิศเหนือ เป็นที่ตั้งของพระธาตุอิงฮังพระธาตุเก่าแก่ที่คนลาวนับถือกันมาก ด้านบนพระธาตุเป็นทองคำแท้ๆ หนักเกือบครึ่งกิโลกรัม และยังเป็นที่เล่าลือกันว่าพระธาตุอิงฮังแห่งนี้เป็นพระธาตุคู่แฝดของพระธาตุพนม ของไทยเราอีกด้วย
พระธาตุอิงฮัง หรือ ธาตุอิงฮัง ตามประวัติ การสร้างธาตุอิงฮัง สร้างในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูร ประมาณ พ.ศ.๔๐๐ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม สูง ๒๕ เมตร คำว่า “อิงฮัง”มาจากคำว่า “พิงรัง”หรือพิงต้นรังนั่นเองครับ ด้วยเป็นพระธาตุคู่แฝดของพระธาตุพนมแล้วเมื่อค้นประวัติของพระธาตุพนมพบว่า มีส่วนสัมพันธ์กัน กล่าวคือ ตามตำนานพระธาตุพนมในอุรังคนิทานกล่าวว่า “สมัยหนึ่งในปัจฉิมโพธิกาล พระพุทธเจ้าพร้อมทั้งพระอานนท์ได้เสด็จมาที่ พระบาทเวินปลา ซึ่งอยู่เหนือเมืองนครพนมปัจจุบัน ได้ทรงพยากรณ์เมือง รุกขนคร(นครพนม)และได้ประทับพักแรมที่ภูกำพร้า หนึ่งคืน รุ่งขึ้นเสด็จข้ามแม่น้ำโขงไปบิณฑบาตที่เมืองศรีโคตรบูร พักอยู่ที่ร่มต้นรังต้นหนึ่ง แล้วกลับมาทำภัทกิจ(ฉันอาหาร)ที่ภูกำพร้าโดยทางอากาศ”
ภูกำพร้าที่กล่าวถึงปัจจุบันก็คือที่ตั้งของพระธาตุพนม ตรงตำแหน่งที่ต้นรังที่พระพุทธเจ้าได้ทรงเสด็จพักรับบาตรที่เมืองศรีโคตรบูรนั้น ต่อมาได้มีการสร้างเป็นธาตุกู่ในสมัยพระเจ้าสุมิตราช ภายหลังได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนกระดูกสันหลังมาประดิษฐานไว้ในกู่ธาตุหรือพระธาตุอิงฮังนั้นเองครับ
การมานมัสการพระธาตุนั้น คนลาวนุ่งซิ่นไปไหว้พระธาตุกัน มีบทสวดมนต์เป็นภาษาลาวสำหรับไหว้พระธาตุ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาก็ต้องนุ่งซิ่นด้วยเหมือนกันครับ ถึงจะเข้าไปไหว้พระธาตุได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงครับกับเรื่องการนุ่งผ้าถุง เพราะที่นี่เขาได้จัดเตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวแล้วครับ สาวไทยที่นุ่งกางเกงเอวต่ำเอวสูงไม่มีสิทธิเข้าไปกราบนอกจากจะซื้อบัตรผ่านแล้วไปเอาผ้าถุงมาใส่ทับกางเกงเข้าไป ซึ่งเขามีบริการสุภาพสตรีครับ ค่าบัตรผ่านก็ราคา 5,200 กีบครับ คิดเป็นเงินไทยก็ 20 บาทครับ
ผู้ที่จะไปกราบพระธาตุจะต้องซื้อ เครื่องบูชา เหมือนบายศรี จะมีชาวบ้านทำมาวางขายข้างทางริมถนนก่อนถึงพระธาตุ ที่บริเวณวัดจะไม่มีเครื่องบูชานี้ขาย จะมีแต่ธูปเทียนเท่านั้นครับ
ไฮไลท์ของการมาเยือนที่นี้ ก็คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากการมากราบขอพรครับ และก็มีหลายท่านที่เดินทางมาเพื่อบนขอพรกับพระธาตุ เมื่อได้สมดังตั้งใจแล้วก็จะกลับมาอีกครั้งเพื่อแก้บนครับ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขาย ที่นี่ถือเป็นสถานที่ยอดฮิตไปแล้วครับ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น